Skip to main content

Emergency Decree on Public Administration in Emergency Situations

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํ
านักงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํ
านักงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํ
านักงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํ
านักงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํ
านักงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํ
านักงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํ
านักงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํ
านักงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํ
านักงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํ
านักงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํ
านักงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

พระราชกํ
าหนด
การบริ
หารราชการในสถานการณ์
ฉุ
กเฉิ

พ.ศ. ๒๕๔๘

ภู
มิ
พลอดุ
ลยเดช ป.ร.
ให้
ไว้
ณ วั
นที
่ ๑๖ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๘
เป็
นปี
ที

๖๐ ในรั
ชกาลปั
จจุ
บั

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ
ให้
ประกาศว่

โดยที
่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการบริหารราชการในสถานการณ์
ฉุ
กเฉิ

พระราชกําหนดนี
้มีบทบัญญัติบางประการเกี
่ยวกับการจํากัดสิทธิและเสรีภาพของ
บุ
คคล ซึ

งมาตรา ๒๙ ประกอบกั
บมาตรา ๓๑ มาตรา ๓๕ มาตรา ๓๖ มาตรา ๓๗ มาตรา ๓๙ มาตรา
๔๔ มาตรา ๔๘ มาตรา ๕๐ และมาตรา ๕๑ ของรั
ฐธรรมนู
ญแห่
งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทํา
ได้
โดยอาศั
ยอํ
านาจตามบทบั
ญญั
ติ
แห่
งกฎหมาย

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๒๑๘ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึง
ทรงพระกรุ
ณาโปรดเกล้
าฯ ให้
ตราพระราชกํ
าหนดขึ

นไว้
ดั
งต่
อไปนี

มาตรา ๑ พระราชกําหนดนี
้เรียกว่า “พระราชกําหนดการบริหารราชการใน
สถานการณ์
ฉุ
กเฉิ
น พ.ศ. ๒๕๔๘”

มาตรา ๒
๑ พระราชกําหนดนี
้ให้ใช้บังคับตั
้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา
นุ
เบกษาเป็
นต้
นไป

มาตรา ๓ ให้
ยกเลิ
กพระราชบั
ญญั
ติ
ว่
าด้
วยการบริ
หารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน
พ.ศ. ๒๔๙๕

มาตรา ๔ ในพระราชกํ
าหนดนี

“สถานการณ์ฉุกเฉิน” หมายความว่า สถานการณ์อันกระทบหรืออาจกระทบต่อ
ความสงบเรียบร้อยของประชาชนหรือเป็นภัยต่อความมั
่นคงของรัฐหรืออาจทําให้ประเทศหรือส่วนใด
ส่วนหนึ
่งของประเทศตกอยู
่ในภาวะคับขันหรือมีการกระทําความผิดเกี
่ยวกับการก่อการร้ายตาม
๑ ราชกิ
จจานุ
เบกษา เล่
ม ๑๒๒/ตอนที

๕๘ ก/หน้
า ๑/๑๖ กรกฎาคม ๒๕๔๘

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา – ๒ –
สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํ
านักงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํ
านักงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํ
านักงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํ
านักงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํ
านักงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํ
านักงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํ
านักงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํ
านักงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํ
านักงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํ
านักงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํ
านักงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

ประมวลกฎหมายอาญา การรบหรือการสงคราม ซึ
่งจําเป็นต้องมีมาตรการเร่งด่วนเพื
่อรักษาไว้ซึ
่งการ
ปกครองระบอบประชาธิ
ปไตยอั
นมี
พระมหากษั
ตริ
ย์
ทรงเป็
นประมุ
ขตามรั
ฐธรรมนู
ญแห่
งราชอาณาจักร
ไทย เอกราชและบูรณภาพแห่งอาณาเขต ผลประโยชน์ของชาติ การปฏิบัติตามกฎหมาย ความ
ปลอดภั
ยของประชาชน การดํารงชีวิตโดยปกติสุขของประชาชน การคุ
้มครองสิทธิเสรีภาพ ความสงบ
เรียบร้อยหรือประโยชน์ส่วนรวม หรือการป้องปัดหรือแก้ไขเยียวยาความเสียหายจากภัยพิบัติ
สาธารณะอั
นมี
มาอย่
างฉุ
กเฉิ
นและร้
ายแรง
“พนักงานเจ้าหน้าที
่” หมายความว่า ผู
้ซึ
่งนายกรัฐมนตรีแต่งตั
้งให้ปฏิบัติหน้าที
่ตาม
พระราชกํ
าหนดนี

มาตรา ๕ เมื
่อปรากฏว่ามีสถานการณ์ฉุกเฉินเกิดขึ
้นและนายกรัฐมนตรีเห็นสมควร
ใช้กําลังเจ้าหน้าที
่ฝ่ายปกครองหรือตํารวจ เจ้าหน้าที
่ฝ่ายพลเรือนหรือเจ้าหน้าที
่ฝ่ายทหารร่วมกัน
ป้องกัน แก้ไข ปราบปราม ระงับยับยั
้ง ฟื
้นฟูหรือช่วยเหลือประชาชน ให้นายกรัฐมนตรีโดยความ
เห็นชอบของคณะรัฐมนตรี มีอํานาจประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเพื
่อบังคับใช้ทั
่วราชอาณาจักรหรือใน
บางเขตบางท้องที
่ได้ตามความจําเป็นแห่งสถานการณ์ ในกรณีที
่ไม่อาจขอความเห็นชอบจาก
คณะรัฐมนตรีได้ทันท่วงที นายกรัฐมนตรีอาจประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินไปก่อน แล้วดําเนินการให้
ได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีภายในสามวัน หากมิได้ดําเนินการขอความเห็นชอบจาก
คณะรั
ฐมนตรี
ภายในเวลาที

กํ
าหนด หรื
อคณะรั
ฐมนตรี
ไม่
ให้
ความเห็
นชอบ ให้
การประกาศสถานการณ์
ฉุ
กเฉิ
นดั
งกล่
าวเป็
นอั
นสิ

นสุ
ดลง
การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินตามวรรคหนึ
่ง ให้ใช้บังคับตลอดระยะเวลาที

นายกรัฐมนตรีกําหนด แต่ต้องไม่เกินสามเดือนนับแต่วันประกาศ ในกรณีที
่มีความจําเป็นต้องขยาย
ระยะเวลา ให้นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีมีอํานาจประกาศขยายระยะเวลา
การใช้
บั
งคั
บออกไปอี
กเป็
นคราว ๆ คราวละไม่
เกิ
นสามเดื
อน
เมื
่อสถานการณ์ฉุกเฉินสิ
้นสุดลงแล้ว หรือเมื
่อคณะรัฐมนตรีไม่ให้ความเห็นชอบหรือ
เมื

อสิ

นสุ
ดกํ
าหนดเวลาตามวรรคสอง ให้
นายกรั
ฐมนตรี
ประกาศยกเลิ
กประกาศสถานการณ์
ฉุ
กเฉิ
นนั

มาตรา ๖ ให้มีคณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉินคณะหนึ
่ง ประกอบด้วย
รองนายกรัฐมนตรีซึ
่งนายกรัฐมนตรีมอบหมาย เป็นประธานกรรมการ รัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงกลาโหม รั
ฐมนตรี
ว่
าการกระทรวงมหาดไทย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นรอง
ประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงกลาโหม ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ปลัดกระทรวงการพัฒนา
สังคมและความมั
่นคงของมนุษย์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงยุติธรรม ผู
้อํานวยการสํานัก
ข่าวกรองแห่งชาติ อัยการสูงสุด ผู
้บัญชาการทหารสูงสุด ผู
้บัญชาการทหารบก ผู
้บัญชาการทหารเรือ
ผู
้บัญชาการทหารอากาศ ผู
้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ อธิบดีกรมการปกครอง และอธิบดีกรมป้องกัน
และบรรเทาสาธารณภัย เป็นกรรมการ และเลขาธิการสภาความมั
่นคงแห่งชาติ เป็นกรรมการและ
เลขานุการ มีอํานาจหน้าที
่ติดตามและตรวจสอบเหตุการณ์ที
่เกิดขึ
้นทั
้งภายในและภายนอกประเทศที

อาจเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินเพื
่อเสนอแนะต่อนายกรัฐมนตรีในกรณีที
่มีความจําเป็นต้องประกาศ
สถานการณ์ฉุกเฉินตามมาตรา ๕ หรือสถานการณ์ที
่มีความร้ายแรงตามมาตรา ๑๑ และในการใช้
มาตรการที

เหมาะสมตามพระราชกํ
าหนดนี

เพื

อการป้
องกั
น แก้
ไขหรื
อระงั
บสถานการณ์
ฉุ
กเฉิ
นนั

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา – ๓ –
สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํ
านักงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํ
านักงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํ
านักงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํ
านักงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํ
านักงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํ
านักงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํ
านักงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํ
านักงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํ
านักงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํ
านักงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํ
านักงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

ความในมาตรานี

ไม่
กระทบกระเทือนการใช้อํานาจของนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา ๕
ในการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเมื
่อมีเหตุการณ์จําเป็นเร่งด่วนอันอาจเป็นภัยต่อประเทศหรือ
ประชาชน

มาตรา ๗ ในเขตท้องที
่ที
่มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินตามมาตรา ๕ ให้บรรดา
อํ
านาจหน้
าที

ของรั
ฐมนตรี
ว่
าการกระทรวงใดกระทรวงหนึ
่งหรือหลายกระทรวง หรือที
่เป็นผู
้รักษาการ
ตามกฎหมายหรือที
่มีอยู
่ตามกฎหมายใดก็ตาม เฉพาะในส่วนที
่เกี
่ยวกับการอนุญาต อนุมัติ สั
่งการ
บังคับ บัญชา หรือช่วยในการป้องกัน แก้ไข ปราบปราม ระงับยับยั
้งในสถานการณ์ฉุกเฉินหรือฟื
้นฟู
หรือช่วยเหลือประชาชน โอนมาเป็นอํานาจหน้าที
่ของนายกรัฐมนตรีเป็นการชั
่วคราว เพื
่อให้การสั
่ง
การและการแก้
ไขสถานการณ์
เป็
นไปโดยมี
เอกภาพ รวดเร็
ว และมี
ประสิ
ทธิ
ภาพ
การกําหนดให้อํานาจหน้าที
่ของรัฐมนตรีตามกฎหมายใดทั
้งหมดหรือบางส่วนเป็น
อํ
านาจหน้
าที

ของนายกรั
ฐมนตรี
ตามวรรคหนึ

ง ให้
เป็
นไปตามประกาศที

คณะรั
ฐมนตรี
กํ
าหนด
ให้นายกรัฐมนตรีมีอํานาจแต่งตั
้งบุคคลเป็นพนักงานเจ้าหน้าที
่เพื
่อปฏิบัติหน้าที
่ตาม
พระราชกํ
าหนดนี

และเพื

อปฏิ
บั
ติงานตามกฎหมายที
่ได้รับโอนมาเป็นอํานาจหน้าที
่ของนายกรัฐมนตรี
ตามวรรคหนึ

ง โดยให้
ถื
อว่
าบุ
คคลที

ได้
รั
บแต่งตั
้งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที
่เป็นผู
้มีอํานาจตามกฎหมายนั
้น
ในการนี

นายกรั
ฐมนตรี
อาจมอบหมายให้
ส่
วนราชการหรือพนักงานเจ้าหน้าที
่ตามกฎหมายนั
้นยังคงใช้
อํ
านาจหน้
าที

เช่
นเดิ
มต่
อไปก็
ได้
แต่
ต้
องปฏิ
บั
ติ
งานตามหลั
กเกณฑ์
ที

นายกรั
ฐมนตรี
กํ
าหนด
ในกรณีที
่นายกรัฐมนตรีแต่งตั
้งข้าราชการพลเรือน ตํารวจหรือทหารซึ
่งมีตําแหน่งไม่
ต่
ํากว่าอธิบดี ผู
้บัญชาการตํารวจ แม่ทัพ หรือเทียบเท่าเป็นพนักงานเจ้าหน้าที
่และกําหนดให้เป็น
หัวหน้าผู
้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ในพื
้นที
่และบังคับบัญชาข้าราชการและพนักงาน
เจ้าหน้าที
่ ในการนี
้ ให้การปฏิบัติหน้าที
่ของส่วนราชการและข้าราชการที
่เกี
่ยวข้อง รวมทั
้งพนักงาน
เจ้าหน้าที
่เป็นไปตามการสั
่งการของหัวหน้าผู
้รับผิดชอบนั
้น เว้นแต่การปฏิบัติหน้าที
่ทางทหารให้
เป็
นไปตามกฎ ระเบียบ หรือข้อบังคับเกี
่ยวกับการใช้กําลังทหารแต่จะต้องปฏิบัติให้สอดคล้องกับแนว
ทางการดํ
าเนิ
นการที

ผู

ซึ

งได้
รั
บแต่
งตั

งเป็
นหั
วหน้
าผู

รั
บผิ
ดชอบกํ
าหนด
ในกรณีที
่มีความจําเป็น คณะรัฐมนตรีอาจให้มีการจัดตั
้งหน่วยงานพิเศษเป็นการ
เฉพาะเพื
่อปฏิบัติหน้าที
่ตามพระราชกําหนดนี
้เป็นการชั
่วคราวได้ จนกว่าจะยกเลิกประกาศ
สถานการณ์
ฉุ
กเฉิ

นายกรัฐมนตรีอาจมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีคนหนึ
่งหรือหลาย
คนเป็นผู
้ใช้อํานาจตามวรรคหนึ
่ง วรรคสาม หรือวรรคสี
่แทน หรือมอบหมายให้เป็นผู
้กํากับการ
ปฏิบัติงานของส่วนราชการที
่เกี
่ยวข้อง พนักงานเจ้าหน้าที
่ตามวรรคสาม หัวหน้าผู
้รับผิดชอบตาม
วรรคสี
่ และหน่วยงานตามวรรคห้าได้ และให้ถือว่าเป็นผู
้บังคับบัญชาหัวหน้าผู
้รับผิดชอบ ข้าราชการ
และพนั
กงานเจ้
าหน้
าที

ที

เกี

ยวข้
อง

มาตรา ๘ เพื
่อประโยชน์ในการประสานการปฏิบัติงานในพื
้นที
่ที
่ประกาศ
สถานการณ์ฉุกเฉินให้เป็นไปด้วยความเหมาะสมและสอดคล้องกับสภาพเหตุการณ์และความเป็นอยู

ของประชาชนในเขตพื
้นที
่ นายกรัฐมนตรีหรือผู
้ซึ
่งนายกรัฐมนตรีมอบหมายอาจมีคําสั
่งแต่งตั
้งคณะ
บุคคลหรือบุคคลเป็นที
่ปรึกษาในการปฏิบัติงานของพนักงานเจ้าหน้าที
่หรือเป็นผู
้ช่วยเหลือพนักงาน
เจ้
าหน้
าที

ในการปฏิ
บั
ติ
หน้
าที

ตามพระราชกํ
าหนดนี

ได้

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา – ๔ –
สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํ
านักงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํ
านักงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํ
านักงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํ
านักงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํ
านักงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํ
านักงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํ
านักงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํ
านักงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํ
านักงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํ
านักงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํ
านักงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

ให้บุคคลที
่ได้รับการแต่งตั
้งตามวรรคหนึ
่งได้รับความคุ
้มครองเช่นเดียวกับการ
ปฏิ
บั
ติ
งานของพนั
กงานเจ้
าหน้
าที

ทั

งนี

ตามขอบเขตการปฏิ
บั
ติ
หน้
าที

ที

ได้
รั
บแต่
งตั

มาตรา ๙ ในกรณีที
่มีความจําเป็นเพื
่อแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินให้ยุติลงได้โดยเร็ว
หรื
อป้
องกั
นมิ
ให้
เกิ
ดเหตุ
การณ์
ร้
ายแรงมากขึ

น ให้
นายกรั
ฐมนตรี
มี
อํ
านาจออกข้
อกํ
าหนด ดั
งต่
อไปนี

(๑) ห้ามมิให้บุคคลใดออกนอกเคหสถานภายในระยะเวลาที
่กําหนด เว้นแต่จะได้รับ
อนุ
ญาตจากพนั
กงานเจ้
าหน้
าที

หรื
อเป็
นบุ
คคลซึ

งได้
รั
บยกเว้

(๒) ห้ามมิให้มีการชุมนุมหรือมั
่วสุมกัน ณ ที
่ใด ๆ หรือกระทําการใดอันเป็นการยุยง
ให้
เกิ
ดความไม่
สงบเรี
ยบร้
อย
(๓) ห้
ามการเสนอข่
าว การจํ
าหน่
าย หรื
อทํ
าให้
แพร่
หลายซึ

งหนั
งสื
อ สิ
่งพิมพ์ หรือสื
่อ
อื
่นใดที
่มีข้อความอันอาจทําให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัวหรือเจตนาบิดเบือนข้อมูลข่าวสารทําให้
เกิ
ดความเข้
าใจผิ
ดในสถานการณ์
ฉุ
กเฉิ
นจนกระทบต่อความมั
่นคงของรัฐ หรือความสงบเรียบร้อยหรือ
ศี
ลธรรมอั
นดี
ของประชาชน ทั

งในเขตพื

นที

ที

ประกาศสถานการณ์
ฉุ
กเฉิ
นหรื
อทั

วราชอาณาจั
กร
(๔) ห้ามการใช้เส้นทางคมนาคมหรือการใช้ยานพาหนะ หรือกําหนดเงื
่อนไขการใช้
เส้
นทางคมนาคมหรื
อการใช้
ยานพาหนะ
(๕) ห้
ามการใช้
อาคาร หรื
อเข้
าไปหรื
ออยู

ในสถานที

ใด ๆ
(๖) ให้อพยพประชาชนออกจากพื
้นที
่ที
่กําหนดเพื
่อความปลอดภัยของประชาชน
ดั
งกล่
าว หรื
อห้
ามผู

ใดเข้
าไปในพื

นที

ที

กํ
าหนด
ข้อกําหนดตามวรรคหนึ
่ง จะกําหนดเงื
่อนเวลาในการปฏิบัติตามข้อกําหนดหรือ
เงื
่อนไขในการปฏิบัติงานของพนักงานเจ้าหน้าที
่ หรือมอบหมายให้พนักงานเจ้าหน้าที
่กําหนดพื
้นที

และรายละเอียดอื
่นเพิ
่มเติม เพื
่อมิให้มีการปฏิบัติที
่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชนเกินสมควร
แก่
เหตุ
ก็
ได้

มาตรา ๑๐ เพื
่อประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาในพื
้นที
่ที
่เกิดสถานการณ์ฉุกเฉินให้
สามารถกระทําได้โดยรวดเร็ว นายกรัฐมนตรีอาจมอบอํานาจให้พนักงานเจ้าหน้าที
่ผู
้ซึ
่งได้รับการ
แต่งตั
้งเป็นหัวหน้าผู
้รับผิดชอบตามมาตรา ๗ วรรคสี
่ เป็นผู
้ใช้อํานาจออกข้อกําหนดตามมาตรา ๙
แทนก็ได้ แต่เมื
่อดําเนินการแล้วต้องรีบรายงานให้นายกรัฐมนตรีทราบโดยเร็ว และถ้านายกรัฐมนตรี
มิ
ได้
มี
ข้
อกํ
าหนดในเรื

องเดี
ยวกั
นภายในสี

สิ
บแปดชั

วโมงนับแต่เวลาที
่พนักงานเจ้าหน้าที
่ออกข้อกําหนด
ให้
ข้
อกํ
าหนดนั

นเป็
นอั
นสิ

นผลใช้
บั
งคั

มาตรา ๑๑ ในกรณีที
่สถานการณ์ฉุกเฉินมีการก่อการร้าย การใช้กําลังประทุษร้าย
ต่อชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สิน หรือมีเหตุอันควรเชื
่อได้ว่ามีการกระทําที
่มีความรุนแรงกระทบต่อ
ความมั
่นคงของรัฐ ความปลอดภัยในชีวิตหรือทรัพย์สินของรัฐหรือบุคคล และมีความจําเป็นที
่จะต้อง
เร่งแก้ไขปัญหาให้ยุติได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที ให้นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของ
คณะรัฐมนตรีมีอํานาจประกาศให้สถานการณ์ฉุกเฉินนั
้นเป็นสถานการณ์ที
่มีความร้ายแรง และให้นํา
ความในมาตรา ๕ และมาตรา ๖ วรรคสอง มาใช้
บั
งคั
บโดยอนุ
โลม
เมื

อมี
ประกาศตามวรรคหนึ

งแล้
ว นอกจากอํ
านาจตามมาตรา ๗ มาตรา ๘ มาตรา ๙
และมาตรา ๑๐ ให้
นายกรั
ฐมนตรี
มี
อํ
านาจดั
งต่
อไปนี

ด้
วย

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา – ๕ –
สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํ
านักงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํ
านักงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํ
านักงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํ
านักงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํ
านักงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํ
านักงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํ
านักงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํ
านักงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํ
านักงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํ
านักงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํ
านักงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

(๑) ประกาศให้พนักงานเจ้าหน้าที
่มีอํานาจจับกุมและควบคุมตัวบุคคลที
่สงสัยว่าจะ
เป็นผู
้ร่วมกระทําการให้เกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือเป็นผู
้ใช้ ผู
้โฆษณา ผู
้สนับสนุนการกระทําเช่นว่า
นั
้น หรือปกปิดข้อมูลเกี
่ยวกับการกระทําให้เกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน ทั
้งนี
้ เท่าที
่มีเหตุจําเป็นเพื
่อ
ป้องกันมิให้บุคคลนั
้นกระทําการหรือร่วมมือกระทําการใด ๆ อันจะทําให้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรง หรือ
เพื

อให้
เกิ
ดความร่
วมมื
อในการระงั
บเหตุ
การณ์
ร้
ายแรง
(๒) ประกาศให้พนักงานเจ้าหน้าที
่มีอํานาจออกคําสั
่งเรียกให้บุคคลใดมารายงานตัว
ต่
อพนั
กงานเจ้
าหน้
าที

หรื
อมาให้
ถ้
อยคํ
าหรื
อส่
งมอบเอกสารหรื
อหลั
กฐานใดที
่เกี
่ยวเนื
่องกับสถานการณ์
ฉุ
กเฉิ

(๓) ประกาศให้พนักงานเจ้าหน้าที
่มีอํานาจออกคําสั
่งยึดหรืออายัดอาวุธ สินค้า
เครื
่องอุปโภคบริโภค เคมีภัณฑ์ หรือวัตถุอื
่นใด ในกรณีที
่มีเหตุอันควรสงสัยว่า ได้ใช้หรือจะใช้สิ
่งนั
้น
เพื

อการกระทํ
าการหรื
อสนั
บสนุ
นการกระทํ
าให้
เกิ
ดเหตุ
สถานการณ์
ฉุ
กเฉิ

(๔) ประกาศให้พนักงานเจ้าหน้าที
่มีอํานาจออกคําสั
่งตรวจค้น รื
้อ ถอน หรือทําลาย
ซึ
่งอาคาร สิ
่งปลูกสร้าง หรือสิ
่งกีดขวาง ตามความจําเป็นในการปฏิบัติหน้าที
่เพื
่อระงับเหตุการณ์
ร้
ายแรงให้
ยุ
ติ
โดยเร็
วและหากปล่
อยเนิ

นช้
าจะทํ
าให้
ไม่
อาจระงั
บเหตุ
การณ์
ได้
ทั
นท่
วงที

(๕) ประกาศให้พนักงานเจ้าหน้าที
่มีอํานาจออกคําสั
่งตรวจสอบจดหมาย หนังสือ
สิ

งพิ
มพ์
โทรเลข โทรศั
พท์
หรื
อการสื

อสารด้
วยวิ
ธี
การอื

นใด ตลอดจนการสั
่งระงับหรือยับยั
้งการติดต่อ
หรือการสื
่อสารใด เพื
่อป้องกันหรือระงับเหตุการณ์ร้ายแรง โดยต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที
่กําหนดไว้
ในกฎหมายว่
าด้
วยการสอบสวนคดี
พิ
เศษโดยอนุ
โลม
(๖) ประกาศห้
ามมิ
ให้
กระทํ
าการใด ๆ หรื
อสั

งให้
กระทํ
าการใด ๆ เท่
าที

จํ
าเป็
นแก่
การ
รั
กษาความมั

นคงของรั
ฐ ความปลอดภั
ยของประเทศ หรื
อความปลอดภั
ยของประชาชน
(๗) ประกาศให้พนักงานเจ้าหน้าที
่มีอํานาจออกคําสั
่งห้ามมิให้ผู
้ใดออกไปนอก
ราชอาณาจักร เมื
่อมีเหตุอันควรเชื
่อได้ว่าการออกไปนอกราชอาณาจักรจะเป็นการกระทบกระเทือน
ต่
อความมั

นคงของรั
ฐหรื
อความปลอดภั
ยของประเทศ
(๘) ประกาศให้พนักงานเจ้าหน้าที
่มีอํานาจสั
่งการให้คนต่างด้าวออกไปนอก
ราชอาณาจักร ในกรณีที
่มีเหตุอันควรเชื
่อได้ว่าเป็นผู
้สนับสนุนการกระทําให้เกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน
ทั

งนี

โดยให้
นํ
ากฎหมายว่
าด้
วยคนเข้
าเมื
องมาใช้
บั
งคั
บโดยอนุ
โลม
(๙) ประกาศให้การซื
้อ ขาย ใช้ หรือมีไว้ในครอบครองซึ
่งอาวุธ สินค้า เวชภัณฑ์

เครื
่องอุปโภคบริโภค เคมีภัณฑ์ หรือวัสดุอุปกรณ์อย่างหนึ
่งอย่างใดซึ
่งอาจใช้ในการก่อความไม่สงบ
หรือก่อการร้ายต้องรายงานหรือได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที
่หรือปฏิบัติตามเงื
่อนไขที

นายกรั
ฐมนตรี
กํ
าหนด
(๑๐) ออกคําสั
่งให้ใช้กําลังทหารเพื
่อช่วยเจ้าหน้าที
่ฝ่ายปกครองหรือตํารวจระงับ
เหตุการณ์ร้ายแรง หรือควบคุมสถานการณ์ให้เกิดความสงบโดยด่วน ทั
้งนี
้ ในการปฏิบัติหน้าที
่ของ
ทหารให้มีอํานาจหน้าที
่เช่นเดียวกับอํานาจหน้าที
่ของพนักงานเจ้าหน้าที
่ตามพระราชกําหนดนี
้ โดย
การใช้อํานาจหน้าที
่ของฝ่ายทหารจะทําได้ในกรณีใดได้เพียงใดให้เป็นไปตามเงื
่อนไขและเงื
่อนเวลาที

นายกรั
ฐมนตรี
กํ
าหนด แต่
ต้
องไม่
เกิ
นกว่
ากรณี
ที

มี
การใช้
กฎอั
ยการศึ

เมื
่อเหตุการณ์ร้ายแรงตามวรรคหนึ
่งยุติลงแล้ว ให้นายกรัฐมนตรีประกาศยกเลิก
ประกาศตามมาตรานี

โดยเร็

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา – ๖ –
สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํ
านักงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํ
านักงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํ
านักงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํ
านักงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํ
านักงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํ
านักงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํ
านักงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํ
านักงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํ
านักงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํ
านักงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํ
านักงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

มาตรา ๑๒ ในการจับกุมและควบคุมตัวบุคคลที
่ต้องสงสัยตามประกาศในมาตรา
๑๑ (๑) ให้พนักงานเจ้าหน้าที
่ร้องขอต่อศาลที
่มีเขตอํานาจหรือศาลอาญาเพื
่อขออนุญาตดําเนินการ
เมื
่อได้รับอนุญาตจากศาลแล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที
่มีอํานาจจับกุมและควบคุมตัวได้ไม่เกินเจ็ดวัน
และต้องควบคุมไว้ในสถานที
่ที
่กําหนดซึ
่งไม่ใช่สถานีตํารวจ ที
่คุมขัง ทัณฑสถาน หรือเรือนจํา โดยจะ
ปฏิ
บั
ติ
ต่
อบุ
คคลนั

นในลั
กษณะเป็
นผู

กระทํ
าความผิ
ดมิ
ได้
ในกรณีที
่มีความจําเป็นต้องควบคุมตัวต่อเพื
่อ
ประโยชน์
ในการแก้
ไขสถานการณ์
ฉุ
กเฉิ
น ให้
พนั
กงานเจ้
าหน้
าที
่ร้องขอต่อศาลเพื
่อขยายระยะเวลาการ
ควบคุมตัวต่อได้อีกคราวละเจ็ดวัน แต่รวมระยะเวลาควบคุมตัวทั
้งหมดต้องไม่เกินกว่าสามสิบวัน เมื
่อ
ครบกําหนดแล้ว หากจะต้องควบคุมตัวต่อไป ให้ดําเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความ
อาญา
ในการดําเนินการตามวรรคหนึ
่ง ให้พนักงานเจ้าหน้าที
่จัดทํารายงานเกี
่ยวกับการ
จับกุมและควบคุมตัวบุคคลนั
้นเสนอต่อศาลที
่มีคําสั
่งอนุญาตตามวรรคหนึ
่ง และจัดสําเนารายงานนั
้น
ไว้
ณ ที

ทํ
าการของพนั
กงานเจ้
าหน้
าที

เพื

อให้
ญาติของบุคคลนั
้นสามารถขอดูรายงานดังกล่าวได้ตลอด
ระยะเวลาที

ควบคุ
มตั
วบุ
คคลนั

นไว้

การร้องขออนุญาตต่อศาลตามวรรคหนึ
่ง ให้นําบทบัญญัติเกี
่ยวกับวิธีการขอออก
หมายอาญาตามประมวลกฎหมายวิ
ธี
พิ
จารณาความอาญามาใช้
บั
งคั
บโดยอนุ
โลม

มาตรา ๑๓ สิ
่งของหรือวัสดุอุปกรณ์ที
่ประกาศตามมาตรา ๑๑ (๙) หากเป็น
เครื
่องมือหรือส่วนหนึ
่งของเครื
่องมือที
่ใช้ในการสื
่อสาร นายกรัฐมนตรีอาจประกาศให้ใช้มาตรการ
ดั
งกล่
าวทั

วราชอาณาจั
กรหรื
อในพื

นที

อื

นซึ

งมิ
ได้
ประกาศสถานการณ์
ฉุ
กเฉิ
นเพิ

มขึ

นด้
วยก็
ได้

มาตรา ๑๔ ข้อกําหนด ประกาศ และคําสั
่งตามมาตรา ๕ มาตรา ๗ มาตรา ๘
มาตรา ๙ มาตรา ๑๑ และมาตรา ๑๕ เมื

อมี
ผลใช้
บั
งคั
บแล้
ว ให้
ประกาศในราชกิ
จจานุ
เบกษาด้
วย

มาตรา ๑๕ ให้พนักงานเจ้าหน้าที
่หรือผู
้มีอํานาจหน้าที
่เช่นเดียวกับพนักงาน
เจ้าหน้าที
่ตามพระราชกําหนดนี
้เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา และมีอํานาจหน้าที
่เป็น
พนักงานฝ่ายปกครองหรือตํารวจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ทั
้งนี
้ ตามที

นายกรั
ฐมนตรี
ประกาศกํ
าหนด

มาตรา ๑๖ ข้อกําหนด ประกาศ คําสั
่ง หรือการกระทําตามพระราชกําหนดนี
้ไม่อยู

ในบังคับของกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง และกฎหมายว่าด้วยการจัดตั
้งศาล
ปกครองและวิ
ธี
พิ
จารณาคดี
ปกครอง

มาตรา ๑๗ พนักงานเจ้าหน้าที
่และผู
้มีอํานาจหน้าที
่เช่นเดียวกับพนักงานเจ้าหน้าที

ตามพระราชกําหนดนี
้ไม่ต้องรับผิดทั
้งทางแพ่ง ทางอาญา หรือทางวินัย เนื
่องจากการปฏิบัติหน้าที
่ใน
การระงับหรือป้องกันการกระทําผิดกฎหมาย หากเป็นการกระทําที
่สุจริต ไม่เลือกปฏิบัติ และไม่เกิน
สมควรแก่เหตุหรือไม่เกินกว่ากรณีจําเป็น แต่ไม่ตัดสิทธิผู
้ได้รับความเสียหายที
่จะเรียกร้องค่าเสียหาย
จากทางราชการตามกฎหมายว่
าด้
วยความรั
บผิ
ดทางละเมิ
ดของเจ้
าหน้
าที

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา – ๗ –
สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํ
านักงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํ
านักงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํ
านักงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํ
านักงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํ
านักงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํ
านักงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํ
านักงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํ
านักงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํ
านักงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํ
านักงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํ
านักงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

มาตรา ๑๘ ผู
้ใดฝ่าฝืนข้อกําหนด ประกาศ หรือคําสั
่งที
่ออกตามมาตรา ๙ มาตรา
๑๐ มาตรา ๑๑ หรื
อมาตรา ๑๓ ต้
องระวางโทษจํ
าคุ
กไม่
เกิ
นสองปี
หรื
อปรับไม่เกินสี
่หมื
่นบาท หรือทั
้ง
จํ
าทั

งปรั

มาตรา ๑๙ ให้
นายกรั
ฐมนตรี
รั
กษาการตามพระราชกํ
าหนดนี

ผู

รั
บสนองพระบรมราชโองการ
พั
นตํ
ารวจโท ทั
กษิ
ณ ชิ
นวั
ตร
นายกรั
ฐมนตรี

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา – ๘ –
สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํ
านักงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํ
านักงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํ
านักงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํ
านักงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํ
านักงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํ
านักงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํ
านักงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํ
านักงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํ
านักงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํ
านักงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํ
านักงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกําหนดฉบับนี
้ คือ โดยที
่กฎหมายว่าด้วยการบริหาร
ราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินได้ใช้บังคับมาเป็นเวลานานแล้ว บทบัญญัติต่าง ๆ ไม่สามารถนํามาใช้
แก้
ไขสถานการณ์
ที

มี
ผลกระทบต่
อความมั

นคงของรั
ฐที

มี
หลากหลายรูปแบบให้ยุติลงได้โดยเร็ว รวมทั
้ง
ไม่อาจนํามาใช้ในการแก้ไขปัญหาที
่เกิดจากภัยพิบัติสาธารณะและการฟื
้นฟูสภาพความเป็นอยู
่ของ
ประชาชนที

ได้
รั
บความเสี
ยหาย และเนื

องจากในปั
จจุ
บั
นมี
ปั
ญหาเกี

ยวกั
บความมั

นคงของรั
ฐ ซึ

งมีความ
ร้ายแรงมากยิ
่งขึ
้นจนอาจกระทบต่อเอกราชและบูรณภาพแห่งอาณาเขต และก่อให้เกิดความไม่สงบ
เรียบร้อยในประเทศ รวมทั
้งทําให้ประชาชนได้รับอันตรายหรือเดือดร้อนจนไม่อาจใช้ชีวิตอย่างเป็น
ปกติสุข และไม่อาจแก้ไขปัญหาด้วยการบริหารราชการในรูปแบบปกติได้ สมควรต้องกําหนด
มาตรการในการบริหารราชการสําหรับสถานการณ์ฉุกเฉินไว้เป็นพิเศษ เพื
่อให้รัฐสามารถรักษาความ
มั

นคงของรั
ฐ ความปลอดภั
ย และการรั
กษาสิ
ทธิ
และเสรี
ภาพของประชาชนทั

งปวงให้กลับสู
่สภาพปกติ
ได้
โดยเร็
ว จึ
งเป็
นกรณี
ฉุ
กเฉิ
นที

มี
ความจํ
าเป็
นรี
บด่
วนอันมิอาจจะหลีกเลี
่ยงได้ เพื
่อประโยชน์ในอันที
่จะ
รักษาความปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ และป้องปัดภัยพิบัติสาธารณะ จึง
จํ
าเป็
นต้
องตราพระราชกํ
าหนดนี

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา – ๙ –
สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํ
านักงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํ
านักงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํ
านักงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํ
านักงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํ
านักงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํ
านักงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํ
านักงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํ
านักงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํ
านักงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํ
านักงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

สํ
านั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํานั
กงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา สํ
านักงานคณะกรรมการกฤษฎี
กา

วศิ
น/แก้
ไข
๕ พฤศจิ
กายน ๒๕๕๓

หยก/ปรั
บปรุ

ชาญ/ตรวจ
๖ พฤศจิ
กายน ๒๕๕๖

-->