Skip to main content

National Culture Act

หน
า ๒๙
เล
ม ๑๒๗ ตอนที

๖๙ ก ราชกิ
จจานุ
เบกษา ๑๒ พฤศจิ
กายน ๒๕๕๓

พระราชบั
ญญั
ติ
วั
ฒนธรรมแห
งชาติ

พ.ศ. ๒๕๕๓

ภู
มิ
พลอดุ
ลยเดช ป.ร.
ให
ไว
ณ วั นที

๔ พฤศจิ
กายน พ.ศ. ๒๕๕๓
เป
นป
ที

๖๕ ในรั
ชกาลป
จจุ
บั น
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกลา ฯ
ให
ประกาศว

โดยที
่เปนการสมควรปรับปรุงกฎหมายวาดวยวัฒนธรรมแหงชาติ และกฎหมายวาดวย
สํ
านั
กงานคณะกรรมการวั
ฒนธรรมแห
งชาติ

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกลา ฯ ใหตราพระราชบั
ญญัติขึ
้นไวโดยคําแนะนําและยินยอมของ
รั
ฐสภา ดั
งต
อไปนี

มาตรา ๑ พระราชบั
ญญั
ติ
นี

เรี
ยกว
า “พระราชบั
ญญั
ติ
วั
ฒนธรรมแห
งชาติ
พ.ศ. ๒๕๕๓”
มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี
้ใหใชบังคับตั
้งแตวันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
เป
นต
นไป
มาตรา ๓ ให
ยกเลิ

(๑) พระราชบั
ญญั
ติ
วั
ฒนธรรมแห
งชาติ
พุ
ทธศั
กราช ๒๔๘๕
(๒) พระราชบั
ญญั
ติ
วั
ฒนธรรมแห
งชาติ
(ฉบั
บที

๒) พุ
ทธศั
กราช ๒๔๘๖

หน
า ๓๐
เล
ม ๑๒๗ ตอนที

๖๙ ก ราชกิ
จจานุ
เบกษา ๑๒ พฤศจิ
กายน ๒๕๕๓

(๓) พระราชบั
ญญั
ติ
เครื

องแบบกรรมการสภาวั
ฒนธรรมแห
งชาติ
พุ
ทธศั
กราช ๒๔๘๖
(๔) พระราชบั
ญญั
ติ
สํ
านั
กงานคณะกรรมการวั
ฒนธรรมแห
งชาติ
พ.ศ. ๒๕๒๒
(๕) พระราชบั
ญญั
ติ
สํ
านั
กงานคณะกรรมการวั
ฒนธรรมแห
งชาติ
(ฉบั
บที

๒) พ.ศ. ๒๕๓๕
มาตรา ๔ ในพระราชบั
ญญั
ติ
นี

“วั
ฒนธรรม” หมายความว
า วิถีการดําเนินชีวิต ความคิด ความเชื
่อ คานิ
ยม จารีตประเพณี

พิธีกรรม และภูมิปญญา ซึ
่งกลุ
มชนและสังคมไดรวมสรางสรรค สั
่งสม ปลูกฝง สืบทอด เรียนรู

ปรั
บปรุ
ง และเปลี

ยนแปลง เพื

อให
เกิ
ดความเจริ
ญงอกงาม ทั

งด
านจิ
ตใจและวั
ตถุ
อย
างสั
นติ
สุ
ขและยั

งยื

“กองทุ
น” หมายความว
า กองทุ
นส
งเสริ
มงานวั
ฒนธรรม
“คณะกรรมการ” หมายความว

คณะกรรมการวั
ฒนธรรมแห
งชาติ

“รั
ฐมนตรี
” หมายความว
า รั
ฐมนตรี
ผู

รั
กษาการตามพระราชบั
ญญั
ติ
นี

มาตรา ๕ ใหรัฐมนตรีวาการกระทรวงวัฒนธรรมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี
้และ
ให
มี
อํ
านาจออกกฎกระทรวงเพื

อปฏิ
บั
ติ
การตามพระราชบั
ญญั
ติ
นี

กฎกระทรวงนั
้น เมื
่อไดประกาศในราชกิจจานุเบกษาแลวใหใชบังคับได
หมวด ๑
การบริ
หารงานวั
ฒนธรรม

ส
วนที


คณะกรรมการวั
ฒนธรรมแห
งชาติ

มาตรา ๖ ใหมีคณะกรรมการวัฒนธรรมแหงชาติ ประกอบดวย นายกรัฐมนตรี

หรือรองนายกรัฐมนตรีซึ
่งนายกรัฐมนตรีมอบหมายเปนประธานกรรมการ รัฐมนตรีวาการกระทรวง
วั
ฒนธรรมเป
นรองประธานกรรมการ ปลั
ดสํ
านั
กนายกรั
ฐมนตรี
ปลั
ดกระทรวงการคลั
ง ปลัดกระทรวง
การต
างประเทศ ปลั
ดกระทรวงการท
องเที

ยวและกีฬา ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั
่นคง
ของมนุษย ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ
่งแวดล
อม
ปลั
ดกระทรวงเทคโนโลยี
สารสนเทศและการสื

อสาร ปลัดกระทรวงพาณิชย ปลัดกระทรวงมหาดไทย
ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ประธานสภาวัฒนธรรมแหงประเทศไทย

หน
า ๓๑
เล
ม ๑๒๗ ตอนที

๖๙ ก ราชกิ
จจานุ
เบกษา ๑๒ พฤศจิ
กายน ๒๕๕๓

และผู
ทรงคุณวุฒิซึ
่งนายกรัฐมนตรีแตงตั
้งจากผู
มีความเชี
่ยวชาญดานวัฒนธรรมจํานวนไมเกินเกาคน
เป
นกรรมการ
ใหปลัดกระทรวงวัฒนธรรมเปนกรรมการและเลขานุการ และใหปลัดกระทรวงวัฒนธรรม
แต
งตั

งข
าราชการในสั
งกั
ดกระทรวงวั
ฒนธรรมเป
นผู

ช
วยเลขานุ
การ
มาตรา ๗ กรรมการผู

ทรงคุ
ณวุ
ฒิ
ต
องมี
คุ
ณสมบั
ติ
และไม
มี
ลั
กษณะต
องห
ามดั
งต
อไปนี

(๑) มี
สั
ญชาติ
ไทย
(๒) มี
อายุ
ไม
ต่

ากว
าสี

สิ
บป
บริ
บู
รณ

(๓) มีความรู
ประสบการณและผลงานดานการอนุรักษ พัฒนา หรือสงเสริมวัฒนธรรม
เป
นที

ประจั
กษ

(๔) ไม
เป
นบุ
คคลล
มละลาย คนไร
ความสามารถหรื
อคนเสมื
อนไร
ความสามารถ
(๕) ไม
เคยได
รั
บโทษจํ
าคุ
กโดยคํ
าพิ
พากษาถึ
งที

สุ
ดให
จํ
าคุก เวนแตเปนโทษสําหรับความผิ

ที

ได
กระทํ
าโดยประมาทหรื
อความผิ
ดลหุ
โทษ
มาตรา ๘ กรรมการผู
ทรงคุณวุฒิมีวาระอยู
ในตําแหนงคราวละสามป และอาจไดรับ
แต
งตั

งอี
กได
แต
ต
องไม
เกิ
นสองวาระติ
ดต
อกั

ในกรณีที
่กรรมการผู
ทรงคุณวุฒิพนจากตําแหนงกอนครบวาระหรือในกรณีที
่มีการแตงตั
้ง
กรรมการผู
ทรงคุณวุฒิเพิ
่มขึ
้นในระหวางที
่กรรมการผ

ทรงคุณวุฒิซึ
่งแตงตั
้งไวแลวยังมีวาระ
อยู
ในตําแหนง ใหผู
ที
่ไดรับแตงตั
้งแทนตําแหนงที
่วางหรือเปนกรรมการผู
ทรงคุณวุฒิเพิ
่มขึ
้น
อยู

ในตํ
าแหน
งเท
ากั
บวาระที

เหลื
ออยู

ของผู

ซึ

งตนแทนหรื
อของกรรมการผู

ทรงคุ
ณวุ
ฒิ
ซึ

งได
แต
งตั

งไว
แล

ในกรณี
ที

กรรมการผู

ทรงคุณวุ
ฒิพนจากตําแหนงตามวาระ หากยังมิไดมีการแตงตั
้งกรรมการ
ผู
ทรงคุณวุฒิขึ
้นใหม ใหกรรมการผู
ทรงคุณวุฒิซึ
่งพนจากตําแหนงตามวาระนั
้นอยู
ในตําแหนง
เพื

อปฏิ
บั
ติ
หน
าที

ต
อไปจนกว
ากรรมการผู

ทรงคุ
ณวุ
ฒิ
ซึ

งได
รั
บแต
งตั

งใหม
เข
ารั
บหน
าที

มาตรา ๙ นอกจากการพ
นจากตํ
าแหน
งตามวาระ กรรมการผู

ทรงคุ
ณวุ
ฒิ
พ
นจากตํ
าแหน
งเมื


(๑) ตาย
(๒) ลาออก

หน
า ๓๒
เล
ม ๑๒๗ ตอนที

๖๙ ก ราชกิ
จจานุ
เบกษา ๑๒ พฤศจิ
กายน ๒๕๕๓

(๓) นายกรัฐมนตรีใหออก เพราะบกพรองตอหนาที
่ มีความประพฤติเสื
่อมเสียหรือ
หย
อนความสามารถ
(๔) ขาดคุ
ณสมบั
ติ
หรื
อมี
ลั
กษณะต
องห
ามตามมาตรา ๗
มาตรา ๑๐ การประชุมของคณะกรรมการตองมีกรรมการมาประชุมไมนอยกวากึ
่งหนึ
่ง
ของจํ
านวนกรรมการทั

งหมด จึ
งจะเป
นองค
ประชุ

ในกรณี
ที

ประธานกรรมการไม
มาประชุ
มหรื
อไม
สามารถปฏิ
บั
ติหนาที
่ได
ใหรองประธานกรรมการ
เป
นประธานในที

ประชุ
ม ถ
าประธานกรรมการและรองประธานกรรมการไมมาประชุมหรือไมสามารถ
ปฏิบัติหนาที
่ได ใหกรรมการซึ
่งมาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ
่งเปนประธานในที
่ประชุมสําหรับ
การประชุ
มคราวนั


การวินิจฉัยชี
้ขาดของที
่ประชุมใหถือเสียงขางมาก กรรมการคนหนึ
่งใหมีเสียงหนึ
่งในการ
ลงคะแนน ถ
าคะแนนเสี
ยงเท
ากั
น ให

ประธานในที

ประชุ
มออกเสี
ยงเพิ

มขึ

นอี
กเสี
ยงหนึ

งเป
นเสี
ยงชี

ขาด
มาตรา ๑๑ ให
คณะกรรมการมี
อํ
านาจหน
าที

ดั
งต
อไปนี

(๑) เสนอแนะและให
ความเห็
นต
อคณะรั
ฐมนตรีเกี
่ยวกับนโยบายและแผนแมบทวัฒนธรรม
ของชาติ

(๒) เสนอแนะตอคณะรัฐมนตรีเพื
่อจัดใหมีหรือแกไขกฎหมาย ระเบียบ ขอบังคับหรือ
มติ
คณะรั
ฐมนตรี
ที

เกี

ยวกั
บวั
ฒนธรรมของชาติ

(๓) วางแนวทางและประสานนโยบายและแผน เพื
่อความร
วมมือและการปฏิบัติงาน
ขององค
กรต
าง ๆ ในหน
วยงานของรั
ฐและเอกชนในเรื
่องที
่เกี
่ยวกับวัฒนธรรมของชาติและการรณรงค
วั
ฒนธรรมอั
นดี
งามของชาติ

(๔) ใหคําปรึกษา แนะนํา และประสานงานกับหนวยงานของรัฐและเอกชนที
่เกี
่ยวของ
กั
บการส
งเสริ
มวั
ฒนธรรมของชาติ

(๕) ควบคุ
มและหาวิ
ธี
ปลูกฝงวัฒนธรรมของชาติในจิตใจของประชาชนเพื
่อใหมีการปฏิบัติ
ตามพระราชบ
ั ญญั
ติ

(๖) กํ
ากั
บ ติ
ดตามและประเมิ
นผลการดํ
าเนิ
นงานด
านวั
ฒนธรรมของชาติ

(๗) กํ
าหนดแผนการเงิ
นและแผนงบประมาณรายจ
ายประจํ
าป
ของกองทุ

หน
า ๓๓
เล
ม ๑๒๗ ตอนที

๖๙ ก ราชกิ
จจานุ
เบกษา ๑๒ พฤศจิ
กายน ๒๕๕๓

(๘) พิ
จารณาเสนอความเห็
นต
อรั
ฐมนตรี
ในการออกกฎกระทรวงเพื

อปฏิ
บั
ติ
การตามพระราชบั
ญญั
ติ

(๙) ปฏิ
บั
ติ
งานอื

นใดตามที

พระราชบั
ญญั
ติ
นี

หรื
อกฎหมายอื

นบั
ญญั
ติ
ให
เป
นอํ
านาจหนาที
่ของ
คณะกรรมการหรื
อตามที

คณะรั
ฐมนตรี
มอบหมาย
แผนแม
บทวั
ฒนธรรมของชาติ
ตาม (๑) จะตองประกอบดวยกระบวนการสงเสริมวัฒนธรรม
การปกครองในระบอบประชาธิ
ปไตยอั
นมี
พระมหากษั
ตริ
ย
ทรงเป
นประมุ

มาตรา ๑๒ คณะกรรมการอาจแตงตั
้งคณะอนุกรรมการเพื
่อปฏิบัติการอยางหนึ
่งอยางใด
ตามท
ี ่
คณะกรรมการมอบหมายก็
ได

การประชุ
มคณะอนุ
กรรมการ ให
นํ
ามาตรา ๑๐ มาใช
บั
งคั
บโดยอนุ
โลม
ส
วนที


สภาวั
ฒนธรรม

มาตรา ๑๓ เพื
่อประโยชนในการอนุรักษหรือฟ
นฟูจารีตประเพณี ภูมิปญญาทองถิ
่น
ศิ
ลปวั
ฒนธรรมอั
นดี
งามของท
องถิ

นและของชาติและประสานการดําเนินงานวัฒนธรรมซึ
่งภาคประชา
สั
งคมและประชาชนมี
ส
วนร
วม ให
จั
ดตั

งสภาวั
ฒนธรรมในแต
ละระดั
บ ประกอบด
วย
(๑) สภาวั
ฒนธรรมแห
งประเทศไทย
(๒) สภาวั
ฒนธรรมจั
งหวั

(๓) สภาวั
ฒนธรรมอํ
าเภอ
(๔) สภาวั
ฒนธรรมตํ
าบล
การจั
ดตั
้งสภาวัฒนธรรมอื
่น ๆ นอกเหนือจาก (๑) (๒) (๓) และ (๔) ใหเปนไปตามที

กํ
าหนดในกฎกระทรวง
มาตรา ๑๔ ใหสภาวัฒนธรรมที
่จัดตั
้งตามมาตรา ๑๓ มีสถานภาพเปนองคกรภาคเอกชน
ที

ดํ
าเนิ
นงานวั
ฒนธรรมภายใต
การกํ
ากั
บดู
แลของกรมส
งเสริ
มวั
ฒนธรรม
มาตรา ๑๕ ให
สภาวั
ฒนธรรมตามมาตรา ๑๓ ประกอบด
วย กรรมการและสมาชิกที
่มาจาก
ผู
แทนองคกรที
่ดําเนินงานว
ัฒนธรรมหรือองคกรที
่เกี
่ยวของ ซึ
่งเปนองคกรเครือขายวัฒนธรรม
เช
น เครื
อข
ายภาครั
ฐ เครื
อขายภาคเอกชน เครือขายภาคชุมชน เครือขายภาคธุรกิจ เครือขายปราชญ
ชาวบ
าน และเครื
อข
ายภาควิ
ชาการ ทั

งนี

ให
เป
นไปตามที

กํ
าหนดในกฎกระทรวง

หน
า ๓๔
เล
ม ๑๒๗ ตอนที

๖๙ ก ราชกิ
จจานุ
เบกษา ๑๒ พฤศจิ
กายน ๒๕๕๓

มาตรา ๑๖ ในแต
ละจั
งหวั
ด อํ
าเภอ และตํ
าบลให
มีสภาวัฒนธรรมจังหวัด สภาวัฒนธรรม
อํ
าเภอ และสภาวั
ฒนธรรมตํ
าบล ตามมาตรา ๑๓ ในแต
ละระดั
บได
เพี
ยงหนึ

งแห

มาตรา ๑๗ คุณสมบัติ หลักเกณฑ วิธีการไดมา จํานวนกรรมการและสมาชิก วาระการ
ดํารงตําแหนง การพนจากตําแหนง การประชุม การบริหารจั
ดการ และการดําเนินงานของ
สภาวั
ฒนธรรม ตามมาตรา ๑๓ และมาตรา ๑๕ ให
เป
นไปตามที

กํ
าหนดในกฎกระทรวง
มาตรา ๑๘ ให
สภาวั
ฒนธรรมทุ
กระดั
บมี
หน
าที

ดั
งต
อไปนี

(๑) เสนอข
อคิ
ดเห็
นหรื
อข
อเสนอแนะต
อคณะกรรมการเกี

ยวกั
บการกํ
าหนดนโยบายและแผน
แม
บทวั
ฒนธรรมของชาติ

(๒) เปนศูนยกลางในการแลกเปลี
่ยนความรู
 ประสบการณ และแนวคิดในการดําเนินงาน
วั
ฒนธรรม โดยเชื

อมโยงกั
นเป
นเครื
อข
ายวั
ฒนธรรม
(๓) ระดมทรัพยากร บุ
คลากร และสรรพกําลังตาง ๆ จากหนวยงานและองคกรตาง ๆ
เพื

อการดํ
าเนิ
นงานวั
ฒนธรรม
(๔) ส
งเสริ
ม สนับสนุนและรวมจัดกิจกรรมขององคกรภาคีและเครือขายวัฒนธรรมเพื
่อ
การอนุ
รั
กษ
ฟ

นฟู
พั
ฒนา สร
างสรรค
แลกเปลี

ยน สื
บทอดและเฝ
าระวั
งทางวั
ฒนธรรม
(๕) เผยแพรประชาสัมพันธกิจกรรมและผลการดําเนินงานขององคกรภาค
ีและเครือขาย
วั
ฒนธรรม
(๖) ดํ
าเนิ
นการอื

นใดตามที

คณะกรรมการ กระทรวงวั
ฒนธรรม จั
งหวั
ด หรื
อหน
วยงานอื

น ๆ
ขอความร
วมมื
อทางวั
ฒนธรรม
หมวด ๒
กองทุ
นส
งเสริ
มงานวั
ฒนธรรม

มาตรา ๑๙ ใหจัดตั
้งกองทุนขึ
้นกองทุนหนึ
่งในกรมสงเสริมวัฒนธรรม เรียกวา “กองทุน
สงเสริมงานวัฒนธรรม” โดยมีวัตถุประสงคเพื
่อเปนทุนใชจายเกี
่ยวกับการสงเสริมและสนับสนุน
งานวั
ฒนธรรมตามพระราชบั
ญญั
ติ
นี

หน
า ๓๕
เล
ม ๑๒๗ ตอนที

๖๙ ก ราชกิ
จจานุ
เบกษา ๑๒ พฤศจิ
กายน ๒๕๕๓

มาตรา ๒๐ กองทุ
นประกอบด
วย
(๑) เงิ
นและทรั
พย
สิ
นที

ได
รั
บโอนมาตามมาตรา ๓๒
(๒) เงิ
นอุ
ดหนุ
นที

รั
ฐบาลจั
ดสรรให
จากงบประมาณรายจ
ายประจํ
าป

(๓) เงิ
นหรื
อทรั
พย
สิ
นที

มี
ผู

บริ
จาคหรื
อมอบให

(๔) เงิ
นหรื
อทรั
พย
สิ
นที

ได
รั
บจากต
างประเทศหรื
อองค
การระหว
างประเทศ
(๕) ดอกผลหรื
อรายได
ที

เกิ
ดจากเงิ
นหรื
อทรั
พย
สิ
นของกองทุ

(๖) รายได
อื


มาตรา ๒๑ ให
มี
คณะกรรมการกองทุ
นประกอบดวยผู
ทรงคุณวุฒิที
่มีความรู
ความเชี
่ยวชาญ
ในการบริหารจัดการดานการเงิน และดานวัฒนธรรมซึ
่งคณะกรรมการแตงตั
้งจํานวนไมเกินแปดคน
เป
นกรรมการ
ใหกรรมการตามวรรคหนึ
่งเลือกกรรมการคนหนึ
่งเปนประธานกรรมการของคณะกรรมการ
กองทุ

ให
อธิ
บดี
กรมส
งเสริ
มวั
ฒนธรรมเป
นกรรมการและเลขานุ
การ
มาตรา ๒๒ คุ
ณสมบั
ติ
วาระการดํารงตําแหนงและการพนจากตําแหนงของคณะกรรมการ
กองทุ
น ตลอดจนการประชุมของคณะกรรมการกองทุน
ใหนํามาตรา ๗ มาตรา ๘ มาตรา ๙ และ
มาตรา ๑๐ มาใช
บั
งคั
บกั
บคณะกรรมการกองทุ
นโดยอนุ
โลม
มาตรา ๒๓ คณะกรรมการกองทุ
นมี
อํ
านาจหน
าที

ดั
งต
อไปนี

(๑) บริ
หารกองทุ
นให
เป
นไปตามวั
ตถุ
ประสงค

(๒) พิ
จารณาอนุ
มั
ติ
โครงการหรื
อกิ
จกรรมทั
้งของภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคชุมชนที
่ขอรับ
การอุ
ดหนุ
นจากกองทุ
นให
สอดคล
องกั
บนโยบายวั
ฒนธรรมของชาติในเรื
่องการศึกษา วิจัย พัฒนา ฟ

นฟู

อนุ
รั
กษ
ส
งเสริ
ม และเผยแพร
งานวั
ฒนธรรม
(๓) ติดตามและประเมินผลการดําเนินโครงการ หรือกิจกรรมที
่ไดรับการสงเสริมหรือ
สนั
บสนุ
นจากกองทุ

หน
า ๓๖
เล
ม ๑๒๗ ตอนที

๖๙ ก ราชกิ
จจานุ
เบกษา ๑๒ พฤศจิ
กายน ๒๕๕๓

(๔) เสนอรายงานประจํ
าป
เกี

ยวกั
บสถานะการเงิ
นและการบริ
หารกองทุ
นต
อคณะกรรมการ
(๕) ปฏิ
บั
ติ
หน
าที

อื

นตามที

รั
ฐมนตรี
หรื
อคณะกรรมการมอบหมาย
เงื

อนไขและรายละเอี
ยดของโครงการหรื
อกิ
จกรรมตาม (๒) ใหเปนไปตามระเบียบที
่คณะกรรมการ
กองทุ
นกํ
าหนด
มาตรา ๒๔ เงิ
นและดอกผลตามมาตรา ๒๐ ไมตองนําสงคลังตามกฎหมายวาดวยเงินคงคลัง
และกฎหมายว
าด
วยวิ
ธี
การงบประมาณ
มาตรา ๒๕ ผู

บริ
จาคเงิ
นหรื
อทรัพยสินใหแก
กองทุน มีสิทธินําไปลดหยอนในการคํานวณ
ภาษี
เงิ
นได
หรื
อได
รั
บยกเว
นภาษี
สํ
าหรั
บเงิ
นหรื
อทรัพยสินที
่บริจาค แลวแตกรณี ทั
้งนี
้ ตามหลักเกณฑ

วิ
ธี
การ และเงื

อนไขที

กํ
าหนดในประมวลรั
ษฎากร
มาตรา ๒๖ การรับเงิน การจายเงิน การเก็บรักษาเงิน การจัดหาผลประโยชน

และการจัดการกองทุน
ใหเปนไปตามระเบียบที
่คณะกรรมการกองทุนกําหนดโดยความเห็นชอบ
ของกระทรวงการคลั

มาตรา ๒๗ ให
คณะกรรมการกองทุ
นจั
ดทํ
างบดุลและบัญชีทําการสงผู
สอบบัญชีตรวจสอบ
ภายในหนึ

งร
อยยี

สิ
บวั
นนั
บแต
วั
นสิ

นป
บั
ญชี
ทุ
กป
ใหสํานักงานการตรวจเงินแผนดินหรือบุคคลภายนอกตามที
่คณะกรรมการกองทุนแตงตั
้ง
ดวยความเห็นชอบจากสํานักงานการตรวจเงินแผนดินเป
นผู
สอบบัญชีของกองทุนทุกรอบปและ
รายงานผลการสอบบั
ญชี
ของกองทุ
นเสนอต
อคณะกรรมการ
หมวด ๓
การยกย
องเชิ
ดชู
เกี
ยรติ

มาตรา ๒๘ บุ
คคลอาจได
รั
บการยกย
องเชิ
ดชู
เกี
ยรติ
ทางวั
ฒนธรรมดั
งต
อไปนี

(๑) ศิ
ลป
นแห
งชาติ

(๒) ผู

ทรงคุ
ณวุ
ฒิ
ทางวั
ฒนธรรม
(๓) บุ
คคลที

มี
ผลงานดี
เด
นทางวั
ฒนธรรม

หน
า ๓๗
เล
ม ๑๒๗ ตอนที

๖๙ ก ราชกิ
จจานุ
เบกษา ๑๒ พฤศจิ
กายน ๒๕๕๓

มาตรา ๒๙ การกําหนดสาขา คุณสมบัติ หลักเกณฑและวิธีการคัดเลือกศิลปนแหงชาติ

รวมตลอดถึงประโยชนตอบแทนซึ
่งศิลปนแหงชาติจะไดรับจากเงินกองทุน ใหเปนไปตามที
่กําหนด
ในกฎกระทรวง
การกํ
าหนดสาขา คุณสมบัติ หลักเกณฑและวิธีการคัดเลือกผู
ทรงคุณวุฒิ
ทางวัฒนธรรมและ
บุ
คคลที

มี
ผลงานดี
เดนทางวัฒนธรรม รวมตลอดถึงประโยชนตอบแทนซึ
่งบุคคลดังกลาวจะไดรับจาก
เงิ
นกองทุ
น ให
เป
นไปตามระเบี
ยบที

คณะกรรมการกํ
าหนดโดยความเห็
นชอบของกระทรวงการคลั

มาตรา ๓๐ บุคคลที
่ไดรับการยกยองเชิดชูเกียรติตามมาตรา ๒๘ พึงมีบทบาทในเรื
่อง
ดั
งต
อไปนี

(๑) วิจัย พัฒนา ฟ
นฟู อนุร
ักษ ใหการศึกษา สงเสริม และเผยแพรผลงานศิลปะและ
วั
ฒนธรรม
(๒) ให
คํ
าแนะนํ
าและคํ
าปรึ
กษาทางศิ
ลปะและวั
ฒนธรรมแก
กระทรวงวั
ฒนธรรม
บทเฉพาะกาล

มาตรา ๓๑ ใหบรรดาพระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวง ระเบียบ ขอบังคับ หรือประกาศ
ที
่ออกตามพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแหงชาติ พุทธศักราช ๒๔๘๕ และพระราชบัญญัติสํานักงาน
คณะกรรมการวัฒนธรรมแหงชาติ พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ
่งใชบังคับอยู
ในวันกอนวันที
่พระราชบัญญัตินี

ใช
บั
งคั
บ ยั
งคงใช
บั
งคั
บได
ต
อไปเท
าที

ไม
ขั
ดหรื
อแย
งกั
บบทบั
ญญั
ติ
แห
งพระราชบัญญัตินี
้ ทั
้งนี
้ จนกวา
จะได
มี
กฎกระทรวง ระเบี
ยบ ข
อบั
งคั
บ หรื
อประกาศตามพระราชบั
ญญั
ติ
นี

ออกใช
บั
งคั

มาตรา ๓๒ ใหโอนทรัพยสิน หนี
้ เงินงบประมาณ และรายไดของกองทุนสงเสริมงาน
วั
ฒนธรรมตามพระราชบั
ญญั
ติ
สํ
านั
กงานคณะกรรมการวั
ฒนธรรมแห
งชาติ พ.ศ. ๒๕๒๒ ไปเปนของ
กองทุ
นส
งเสริ
มงานวั
ฒนธรรมตามพระราชบั
ญญั
ติ
นี

มาตรา ๓๓ ใหผู
ซึ
่งดํารงตําแหนงในคณะกรรมการกองทุนสงเสริมงานวัฒนธรรม
ตามพระราชบัญญัติสํานักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแหงชาติ พ.ศ. ๒๕๒๒ อยู
ในวันที

พระราชบั
ญญั
ติ
นี

ประกาศในราชกิ
จจานุ
เบกษา ปฏิ
บั
ติ
หน
าที

ต
อไปจนกว
าจะมี
การแต
งตั
้งคณะกรรมการ
กองทุนส
งเสริมงานวัฒนธรรมตามพระราชบัญญัตินี
้ ทั
้งนี
้ ตองไมเกินเกาสิบวันนับแตวันที

พระราชบั
ญญั
ติ
นี

ใช
บั
งคั

หน
า ๓๘
เล
ม ๑๒๗ ตอนที

๖๙ ก ราชกิ
จจานุ
เบกษา ๑๒ พฤศจิ
กายน ๒๕๕๓

มาตรา ๓๔ ใหผู
ซึ
่งเปนศิลปนแหงชาติ ผู
ทรงคุณวุฒิทางวัฒนธรรม และผู
มีผลงานดีเดน
ทางดานวัฒนธรรม อยู
ในวันที
่พระราชบัญญัตินี
้ใชบังคับ เปนศิลปนแหงชาติ ผู
ทรงคุณวุฒิทาง
วัฒนธรรม หรือบุคคลที
่ม
ีผลงานดีเดนทางวัฒนธรรมตามพระราชบัญญัตินี
้ แลวแตกรณี
มาตรา ๓๕ ใหผู
ซึ
่งเปนกรรมการและสมาชิกในสภาวัฒนธรรมที
่จัดตั
้งขึ
้นตามระเบียบ
กระทรวงวัฒนธรรมวาดวยสภาวัฒนธรรม พ.ศ. ๒๕๕๑ อยู
ในวันที
่พระราชบัญญัตินี
้ประกาศใน
ราชกิ
จจานุ
เบกษา ปฏิ
บั
ติ
หน
าที

ต
อไปจนกว
าจะมี
กรรมการและสมาชิ
กในสภาวั
ฒนธรรมตามพระราชบั
ญญัติ
นี

ทั

งนี

ต
องไม
เกิ
นเก
าสิ
บวั
นนั
บแต
วั
นที

พระราชบั
ญญั
ติ
นี

ใช
บั
งคั

ผู

รั
บสนองพระบรมราชโองการ
อภิ
สิ
ทธิ

เวชชาชี
วะ
นายกรั
ฐมนตรี

หน
า ๓๙
เล
ม ๑๒๗ ตอนที

๖๙ ก ราชกิ
จจานุ
เบกษา ๑๒ พฤศจิ
กายน ๒๕๕๓

หมายเหตุ :- เหตุ
ผลในการประกาศใช
พระราชบั
ญญั
ติ
ฉบั
บนี

คือ โดยที
่พระราชบัญญัติวัฒนธรรมแหงชาติ

พุทธศักราช ๒๔๘๕ และพระราชบัญญัติสํานักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแหงชาติ พ.ศ. ๒๕๒๒
ไดใชบังคับมาเปนเวลานาน ทําใหมีบทบัญญัติหลายประการไมเหมาะสมกับสภาพการณในปจจุบัน
สมควรปรั
บปรุ
งเพื

อให
มี
การอนุ
รั
กษ
ฟ

นฟู
และส
งเสริ
ม จารี
ตประเพณี
ภู
มิปญญาทองถิ
่น ศิลปวัฒนธรรมอันดี
และทรงคุ
ณค
าของชาติ
และของท
องถิ

น รวมทั

งการยกยองเชิดชูเกียรติใหแกบุคคลที
่สมควรเปนศิลปนแหงชาติ

ผู
ทรงคุณวุฒิทางวัฒนธรรม หรือบุคคลที
่มีผลงานดีเดนทางวัฒนธรรม อันเป
นการรองรับและสรางขวัญ
กํ
าลั
งใจให
แก
ประชาชนที

มี
ส
วนร
วมในการสื
บสานเรื

องดั
งกล
าวไดอยางเหมาะสม ทั
้งนี
้ ภายใตการสงเสริม
และประสานงานของคณะกรรมการวั
ฒนธรรมแหงชาติและหนวยงานที
่รับผิดชอบโดยตรง เพื
่อการดําเนินการ
ให
เป
นรู
ปธรรม และมี
ประสิ
ทธิ
ภาพยิ

งขึ

น จึ
งจํ
าเป
นต
องตราพระราชบั
ญญั
ติ
นี

-->