Skip to main content

The Rule of the Ministry of Labour and Social Welfare on the Entry of Foreign Private Organizations to Operate in Thailand

หน
า ๑๑
เล
ม ๑๑๕ ตอนพิ
เศษ ๑๐๖ ง ราชกิ
จจานุ
เบกษา ๖ พฤศจิ
กายน ๒๕๔๑

ระเบี
ยบกระทรวงแรงงานและสวั สดิ
การสั
งคม
ว
าด
วยการเข
ามาดํ
าเนิ
นงานขององค
การเอกชนต
างประเทศในประเทศไทย
พ.ศ. ๒๕๔๑

โดยที
่เห็นสมควรปรับปรุงระเบียบกระทรวงมหาดไทย วาดวยการเขามา
ดําเนินงานขององคการเอกชนตางประเทศในประเทศไทยใหเหมาะสมสอดคลองกับ
นโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และความมั
่นคงของประเทศในปจจุบัน กระทรวง
แรงงานและสวัสดิการสังคม โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี จึงออกระเบียบไว

ดั
งต
อไปนี

ข
อ ๑ ระเบี
ยบนี

เรี
ยกว
า “ระเบี
ยบกระทรวงแรงงานและสวั
สดิ
การสั
งคม
ว
าด
วยการเข
ามาดํ
าเนิ
นงานขององค
การเอกชนต
างประเทศในประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๔๑”
ข
อ ๒ ระเบี
ยบนี

ให
ใช บั
งคั
บตั
้งแตวั
นถั
ดจากวันประกาศเปนต
นไป
ขอ ๓ ใหยกเลิกระเบียบกระทรวงมหาดไทย วาดวยการเขามาดําเนินงาน
ขององค
การเอกชนต
างประเทศในประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๓๕
ขอ ๔ ระเบี
ยบนี
้ไมใชบังคับกับองคการเอกชนตางประเทศที
่เขามาดําเนินงาน
ตามความตองการของรัฐบาลไทยหรือภายใตความตกลงกับรัฐบาลไทย
ข
อ ๕ ในระเบี
ยบนี

“องค
การเอกชนต
างประเทศ” หมายความว
า สถาบั
น องค
การ สมาคม มู ลนิ
ธิ

หรื
อนิ
ติ
บุ
คคลอื

น หรื
อกลุ

มบุ
คคลต
างประเทศที

เป
นเอกชนหรื
อที

ได
รั
บการสนั
บสนุ

จากรั
ฐบาลตางประเทศ

หน
า ๑๒
เล
ม ๑๑๕ ตอนพิ
เศษ ๑๐๖ ง ราชกิ
จจานุ
เบกษา ๖ พฤศจิ
กายน ๒๕๔๑

“การดํ
าเนิ
นงาน” หมายความวา การขอจั
ดตั
้งสํานั
กงานหรื
อดํ
าเนิ
นกิ
จกรรม
ให
ความช
วยเหลื
อสนั
บสนุ
น ไม
ว
าในรู
ปของการให
การสนั
บสนุ
นทางการเงิ
น การจั

ประชุ
มสั
มมนา นิ
ทรรศการ การบริ
จาค การสนั
บสนุ
นวั
สดุ
อุ
ปกรณ
ครุ
ภั ณฑ
วิ
ชาการ
และเทคโนโลยี
หรื
อการช
วยเหลื
อสนั
บสนุ
นอื

นใดแก
บุ
คคล กลุ

มบุ
คคล หรื
อนิ
ติ
บุ
คคล
และหรื
อส
วนราชการหน
วยงานของรั
ฐ หรื
อรั
ฐวิ สาหกิ
จในประเทศไทยหรื
อประเทศอื


ในภู
มิ
ภาคนี

“สํานักงานภูมิภาค” หมายความวา สํานักงานขององคการเอกชนตางประเทศ
หรือสํานักงานสาขาที
่ตั
้งอยู
ในประเทศไทย โดยใหความชวยเหลือสนับสนุนแกบุคคล
กลุ
มบุคคล หรือนิติบุคคล และหรือสวนราชการหนวยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ
ในประเทศไทยหรื
อประเทศอื

นในภู
มิ
ภาคนี

“คณะกรรมการ” หมายความวา
คณะกรรมการพิจารณาการดําเนินงานของ
องค
การเอกชนต
างประเทศ
“ใบอนุญาต” หมายความวา ใบอนุญาตใหเขามาดําเนินงานขององคการ
เอกชนต
างประเทศ
“รั
ฐมนตรี
” หมายความว
า รั
ฐมนตรี
ว
าการกระทรวงแรงงานและสวั
สดิ
การสั
งคม
ขอ ๖ ใหปลัดกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมเปนผูรักษาการตาม
ระเบี
ยบนี

หมวด ๑
คณะกรรมการ

ขอ ๗ ใหมีคณะกรรมการพิจารณาการดํ
าเนินงานขององคการเอกชน
ต
างประเทศ ประกอบด
วย ปลั
ดกระทรวงแรงงานและสวัสดิ
การสั
งคม หรื
อรองปลั
ดกระทรวง

หน
า ๑๓
เล
ม ๑๑๕ ตอนพิ
เศษ ๑๐๖ ง ราชกิ
จจานุ
เบกษา ๖ พฤศจิ
กายน ๒๕๔๑

แรงงานและสวัสดิการสังคม ผู
ไดรับมอบหมายจากปลัดกระทรวงแรงงานและสวัสดิการ
สั
งคมเป
นประธาน ผู

แทนกรมการปกครอง ผู
แทนกรมสวัสดิการและคุ
มครองแรงงาน
ผู
แทนกรมวิเทศสหการ ผู
แทนกรมองคการระหวางประเทศ ผู
แทนสํานักขาวกรอง
แหงชาติ ผูแทนกรมประชาสงเคราะห ผูแทนกรมการศาสนา ผูแทนสํานักงาน
สภาความมั
่นคงแหงชาติ ผู
แทนกองบัญชาการทหารสูงสุ
ด ผู
แทนสํานักงานตรวจคน
เขาเมือง ผู
แทนสํานักงานตํารวจสันติบาล และผู
ทรงคุณวุฒิอื
่น ซึ
่งรัฐมนตรีแตงตั
้ง
อีกไมเกินสี
่คนเปนกรรมการ ผู
แทนกรมการจัดหางานเปนกรรมการและเลขานุการ
เจาหนาที
่กรมการจัดหางานซึ
่งประธานกรรมการแตงตั
้งไมเกินสองคน เปนกรรมการ
และผู

ช
วยเลขานุ
การ
ขอ ๘ กรรมการผู
ทรงคุณวุฒิซึ
่งรัฐมนตรีแตงตั
้งใหอยู
ในตําแหนงคราวละ
สองป
และอาจได
รั
บแต
งตั

งให
ดํ
ารงตํ
าแหน
งอี

ข
อ ๙ คณะกรรมการมี
อํ
านาจหน
าที

ดั
งต
อไปนี

(๑) พิ
จารณาอนุ
ญาตการเข
ามาดํ
าเนิ
นงานขององค
การเอกชนต
างประเทศ
(๒) พิ
จารณาอนุ
ญาตให
องค
การเอกชนต
างประเทศตั

งสํานั
กงานในประเทศไทย
(๓) พิจารณาอนุญาตใหองคการเอกชนตางประเทศต
ั้งสํานักงานภูมิภาค
ในกรณีที
่ไมจําเปนตองมีการทําความตกลงเปนพิเศษระหวางรัฐบาลไทยกับสํานักงาน
ภู
มิ
ภาคนั


(๔) พิจารณาอนุญาตจํานวนตําแหนง และลักษณะงานของคนตางดาวซึ่ง
เขามาทํ
างานให
กั
บองค
การเอกชนต
างประเทศและในสํ
านั
กงานภู
มิ
ภาค
(๕) แต
งตั

งคณะอนุ
กรรมการหรื
อคณะทํ
างานเพื

อดํ
าเนิ
นการตามที

คณะกรรมการ
มอบหมาย

หน
า ๑๔
เล
ม ๑๑๕ ตอนพิ
เศษ ๑๐๖ ง ราชกิ
จจานุ
เบกษา ๖ พฤศจิ
กายน ๒๕๔๑

(๖) กําหนดหลักเกณฑ เงื่อนไข หรือขอปฏิบัติสําหรับการดําเนินงานของ
องคการเอกชนต
างประเทศนอกเหนื
อจากที

กํ
าหนดไว
แล
วในระเบี
ยบนี

ข
อ ๑๐ ในการพิจารณาอนุญาตใหองคการเอกชนตางประเทศเขามาดําเนินงาน
และหรือตั
้งสํานักงานภูมิภาคนั
้น ใหคณะกรรมการคํานึงถึงนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจ
สังคม และความมั
่นคงของประเทศ ความสัมพันธอันดีระหวางประเทศไทยกับ
ประเทศอื
่น วัตถุประสงคและแนวทางการดําเนินงานขององคการเอกชนตางประเทศนั
้น
ตลอดจนความเห็
นและข
อเสนอแนะของส
วนราชการที

เกี

ยวข
องประกอบด
วย
ขอ ๑๑ การประชุมคณะกรรมการตองมีกรรมการเขารวมประชุมไมนอยกวา
กึ
่งหนึ
่งของจํ
านวนกรรมการทั

งหมดจึ
งเป
นองค
ประชุ

ในการประชุมคราวใด ถ
าประธานคณะกรรมการไมอยู

ในที

ประชุ
มหรื
อไมสามารถ
ปฏิบัติหนาที
่ได ใหกรรมการที
่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ ่ง เปนประธานใน
ที
่ประชุ

มติของที่
ประชุมใหถือเสียงขางมาก กรรมการคนหนึ่งใหมีหนึ่งเสียงในการ
ลงคะแนน ถ
าคะแนนเสี
ยงเท
ากั
นให
ประธานในที
่ประชุมออกเสียงเพิ
่มขึ
้นอีกเสียงหนึ
่ง
เป
นเสี
ยงชี

ขาด

หมวด ๒
การดํ
าเนิ
นงานขององค
การเอกชนต
างประเทศ

ข
อ ๑๒ องค
การเอกชนต
างประเทศที

จะขอเขามาดํ
าเนิ
นงาน ต
องมี
คุ
ณสมบั
ติ
ดั
งต
อไปนี

หน
า ๑๕
เล
ม ๑๑๕ ตอนพิ
เศษ ๑๐๖ ง ราชกิ
จจานุ
เบกษา ๖ พฤศจิ
กายน ๒๕๔๑

(๑) ไม
มุ

งหวั
งผลกํ
าไร หรื
อมุ

งหวั
งผลทางการเมื
อง
(๒) มีวัตถุประสงคในการเขามาใหความชวยเหลือ หรือพัฒนาแกบุคคล
กลุ
มบุคคลหรือนิติบุคคลและหรือสวนราชการหรือหนวยงานรัฐวิสาหกิจที
่สอดคลอง
กับนโยบายการพัฒนาและความมั่นคงของประเทศไทยและมีแนวทางการดําเนินงาน
ที
่ไม
ขั
ดกั
บนโยบายของรั
ฐบาลไทย
ข
อ ๑๓ องคการเอกชนตางประเทศที่ประสงคจะขอเขามาดําเนินงาน
ใหยื่นคําขอเปนหนังสือตอประธานคณะกรรมการ โดยผานกรมการจัดหางานพรอม
รายละเอี
ยดและหลั
กฐาน ดั
งต
อไปนี

(๑) ในกรณีที
่องคการเอกชนตางประเทศขอเขามาตั
้งสํานักงาน และหรือสง
เจ
าหน
าที

เข
ามาทํ
างานในสํ
านั
กงาน ให
แนบรายละเอี
ยดหลั
กฐานดั
งนี

(ก) วั
ตถุ
ประสงค
การจั
ดตั

งองค
การ
(ข) นโยบายขององค
การ
(ค) โครงการหรือแผนงาน และแนวทางการดําเนินงานที
่ชัดเจนเพียงพอ
ตามแบบที

คณะกรรมการกํ
าหนด
(ง) รายชื

อของคณะกรรมการบริ
หารหรื
อผู

บริ
หาร
(จ) รายละเอี
ยดเกี

ยวกั
บงบประมาณ รายได
และแหล
งที

มา
(ฉ) หลักฐานหรือหนังสือรับรองสถานภาพการเปนนิติบุคคลจากประเทศ
ที่เปนภูมิลําเนาขององคการเอกชนตางประเทศนั้น หรือสถานท
ูต หรือสถานกงสุล
ของประเทศที

เป
นภู
มิ
ลํ
าเนาขององค
การเอกชนต
างประเทศนั


(ช) ในกรณีที่องคการเอกชนตางประเทศไมมีฐานะเปนนิติบุคคลตาม
กฎหมาย จะตองมีหนังสือจากสถานทูต หรือสถานกงสุลของประเทศที
่เปนภูมิลําเนา
ขององค
การเอกชนต
างประเทศนั

นรั
บรองเรื

องภู
มิ
ลํ
าเนาและฐานะทางการเงิ

หน
า ๑๖
เล
ม ๑๑๕ ตอนพิ
เศษ ๑๐๖ ง ราชกิ
จจานุ
เบกษา ๖ พฤศจิ
กายน ๒๕๔๑

(ฌ) หนังสือแตงตั
้งผู
แทนผู
มีอํานาจเต็มขององคการเอกชนตางประเทศ
นั้น เพื่อประสานงานกับคณะกรรมการในดานขอมูล หรือเอกสารที่จําเปนอื่น ๆ
ในการพิ
จารณาอนุ
ญาต

(๒) กรณีที่องคการเอกชนตางประเทศไมไดเขามาดําเนินงานเอง เพียงแต
ใหความชวยเหลือทางดานการเงินหรืออื
่น ๆ ใหผู
ซึ
่งไดรับความชวยเหลือยื
่นขอ
อนุ
ญาตแทนได
โดยแนบรายละเอี
ยดหลั
กฐานดั
งนี

(ก) วัตถุประสงคและกิจกรรมขององคการเอกชนตางประเทศที
่ให
ความช
วยเหลื

(ข) หนังสื
อรับรององคการเอกชนตางประเทศ จากสถานทูตหรือ
สถานกงสุ
ลของประเทศที

เป
นภู
มิ
ลํ
าเนาขององค
การนั

น ๆ
(ค) ขอมูลโครงการที
่ไดรับความชวยเหลือจากองคการเอกชน
ตางประเทศ
(๓) กรณีที
่องคการเอกชนตางประเทศประสงคจะขอเขามาดํ
าเนินงาน
จัดประชุมสัมมนาในประเทศไทยใหแนบรายละเอียดหลักฐานเกี
่ยวกับการจัด
ประชุ
มสั
มมนา ดั
งนี

(ก) ว

ตถุ
ประสงค
ของการจั
ดประชุ
มสั
มมนา
(ข) รายชื

อวิ
ทยากรและผู

เข
าร
วมประชุ

(ค) หั
วข
อการประชุ

(ง) กํ
าหนดการประชุ

(๔) กรณี
องค
การเอกชนต
างประเทศนั

นไม
ได
จัดประชุ
มสั
มมนาเอง เพี
ยงแต
ใหความชวยเหลือทางดานการเงินหรืออื
่น ๆ ในการจัดประชุมสัมมนา ใหผู
ซึ
่งไดรับ

หน
า ๑๗
เล
ม ๑๑๕ ตอนพิ
เศษ ๑๐๖ ง ราชกิ
จจานุ
เบกษา ๖ พฤศจิ
กายน ๒๕๔๑

ความช
วยเหลื
อยื

นขออนุ
ญาตแทนได
ทั

งนี

ให
ยื

นคํ
าขอล
วงหนาก
อนวั
นประชุ
มสั
มมนา
ไม
น
อยกว
าสามสิ
บวั

ยกเวนองคการเอกชนตางประเทศที่ไดดําเนินงานอยูภายใตความรับผิดชอบ
ของกระทรวง ทบวง กรมอยู
แลวกอนหนาที
่ระเบียบนี
้จะประกาศใชไมตองยื
่นคําขอ
อนุ
ญาต

ขอ ๑๔ องคการเอกชนตางประเทศที่ไดรับอนุญาตใหเขามาดําเนินงาน
ตามระเบี
ยบนี

แล
วต
องปฏิ
บั
ติ
ดั
งนี

(๑) ตองปฏิบัติตามหลักเกณฑ เงื
่อนไข หรือขอปฏิบัติสําหรับการดําเนินงาน
ขององค
การเอกชนต
างประเทศที

คณะกรรมการกํ
าหนด
(๒) ตองปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ
และขอบังคับของทางราชการไทย
ที

เกี

ยวข
อง และไม
ขั
ดต
อศี
ลธรรม ขนบธรรมเนี
ยมประเพณี
และวั
ฒนธรรมไทย
(๓) ดําเนินงานตามโครงการหรือแผนงานที
่ไดรับอนุญาต จะดําเนินกิจกรรมใด
นอกเหนื
อจากที

อนุ
ญาตไว
ไม
ได

(๔) รายงานผลการดํ
าเนิ
นงานให
คณะกรรมการทราบทุ
กระยะเวลาหกเดื
อน
(๕) ในกรณีที
่ระยะเวลาตามโครงการหรือแผนงาน ซึ
่งองคการเอกชนตางประเทศ
ไดรับอนุญาตจากคณะกรรมการสิ
้นสุดลง ใหองค
การเอกชนตางประเทศรายงานให
คณะกรรมการทราบภายในเก
าสิ
บวั
นนั
บแต
วั
นที

โครงการหรื
อแผนงานสิ

นสุ
ดลง

ขอ ๑๕ คนตางดาวที่เขามาทํางานใหกับองคการเอกชนตางประเทศที่ไดรับ
อนุญาตจากคณะกรรมการตามขอ ๑๓ ตองไดรับใบอนุญาตทํางานตามกฎหมาย
ว
าด
วยการทํ
างานของคนต
างด
าวก
อนจึ
งจะทํ
างานได

ขอ ๑๖ ใบอนุญาตใหองคการเอกชนตางประเทศเขามาดําเนินงาน ใหมีอายุ
ครั

งละไม
เกิ
นสองป

หน
า ๑๘
เล
ม ๑๑๕ ตอนพิ
เศษ ๑๐๖ ง ราชกิ
จจานุ
เบกษา ๖ พฤศจิ
กายน ๒๕๔๑

ขอ ๑๗ องคการเอกชนตางประเทศที่ไดรับอนุญาตประสงคจะขอตออายุ
ใบอนุญาต ใหยื่นคําขอตออายุใบอนุญาตตอคณะกรรมการกอนใบอนุญาตสิ้นอายุ
ไมนอยกวาเกาสิบวัน เมื่อไดยื่นคําขอดังกลาวแลวใหดําเนินงานตอไปไดจนกวา
คณะกรรมการจะสั
่งไมอน
ุญาตใหตออายุ
ใบอนุ
ญาต
ขอ ๑๘ เมื
่อคณะกรรมการไดอนุญาตใหองคการเอกชนตางประเทศเขามา
ดําเนินงานแลว ใหกรมการจัดหางานแจงใหหนวยงานที
่เกี
่ยวของ รวมทั
้งจังหวัดและ
อํ
าเภอที

จะเข
าไปดํ
าเนิ
นงานทราบ
กรณีคณะกรรมการไมอนุญาต ใหคณะกรรมการแจงคําสั
่งไมอนุญาตเปน
หนั
งสื
อให
องค
การเอกชนต
างประเทศผู

ขออนุ
ญาตทราบโดยไม
ชั
กช

ขอ ๑๙ ในกรณีที่คณะกรรมการไมอนุญาตใหองคการเอกชนตางประเทศ
เขามาดําเนินงาน ไมอนุญาตใหจัดตั้งสํานักงานและหรือสํานักงานสาขาหรือไมตอ
อายุใบอนุญาต องคการเอกชนตางประเทศผูขออนุญาตมีสิทธิอุทธรณเปนหนังสือ
ตอรัฐมนตรีภายในสามสิบวันน
ับแตวันที่ไดรับหนังสือแจงการไมอนุญาตจาก
คณะกรรมการและให
รัฐมนตรีวินิจฉัยอุทธรณใหแลวเสร็จภายในหกสิบวันนับแตวันที

รั
บหนั
งสื
ออุ
ทธรณ

คํ
าวิ
นิจฉั
ยอุทธรณ
ของรั
ฐมนตรี
ถื
อเป
นที

สุ

หมวด ๓
การขอตั

งสํานั
กงานภู
มิ
ภาคและการดําเนิ
นงานในประเทศอื

ขอ ๒๐ ใหนําความในหมวด ๒ วาดวยการดําเนินงานขององคการเอกชน
ต
างประเทศ มาใช
บั
งคั
บการขอตั

งสํ
านั
กงานภู
มิ
ภาค และการดํ
าเนิ
นงานขององค
การ

หน
า ๑๙
เล
ม ๑๑๕ ตอนพิ
เศษ ๑๐๖ ง ราชกิ
จจานุ
เบกษา ๖ พฤศจิ
กายน ๒๕๔๑

เอกชนตางประเทศในประเทศอื
่น ในกรณีที
่ไมจําเปนตองมีการทําความตกลงเปน
พิ
เศษระหว
างรั
ฐบาลไทยกั
บสํ
านั
กงานภู
มิ
ภาคนั

นโดยอนุ
โลม

หมวด ๔
มาตรการควบคุ

ขอ ๒๑ กรณีองคการเอกชนตางประเทศที
่ไดรับอนุญาตใหเขามาดําเนินงาน
กระทําการฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามระเบียบนี้ หรือในกรณีที่คณะกรรมการพิจารณา
เห็นวา การดําเนินงานขององคการเอกชนตางประเทศไมเปนประโยชนตอประเทศไทย
หรือเปนการขัดตอความสงบเรียบรอยหรือ
ศีลธรรมอันดี หรือกระทบกระเทือน
ต
อความมั

นคงของประเทศ หรื
อความสั
มพั
นธ
อั
นดี
ระหว
างประเทศไทยกับประเทศอื
่น
คณะกรรมการอาจมีหนังสือเตือนเพื
่อใหองคการเอกชนตางประเทศนั
้นปฏิบัติใหถูกตอง
ภายในเวลาที

กํ
าหนดไว
ในหนั
งสื
อเตื
อนเสี
ยก
อนก็
ได

หากองคการเอกชนตางประเทศยังไมปฏิบัติการใหถูกตองภายในเวลาที
่กําหนดไว
ในหนั
งสื
อเตื
อน หรื
อการฝาฝนดังกลาวเปนเรื
่องรายแรง คณะกรรมการมีอํานาจสั
่งระงับ
การดําเนินงานขององคการเอกชนตางประเทศทั
้งหมดหรือบางสวนได หรือเสนอตอ
รัฐมนตรีเพื่อสั่งใหคนตางดาวที่เขามาทํางานใหกับองคการเอกชนตางประเทศ หรือ
ในสํานักงานภูมิภาค หรือสํ
านักงานสาขาออกจากประเทศไทย หรือยุติการดําเนินงาน
ใด ๆ ก็ได ทั้งนี้ ใหหนวยงานที่มีอํานาจดําเนินการตามกฎหมายปฏิบัติตามมติ
คณะกรรมการ

หน
า ๑๙
เล
ม ๑๑๕ ตอนพิ
เศษ ๑๐๖ ง ราชกิ
จจานุ
เบกษา ๖ พฤศจิ
กายน ๒๕๔๑

หมวด ๕
บทเฉพาะกาล

ขอ ๒๒ บรรดาหลักเกณฑ เงื่อนไข หรือขอปฏิบัติสําหรับการเขามา
ดําเนินงานขององคการเอกชนตางประเทศที่คณะกรรมการพิจารณาการดําเนินงาน
ขององคการเอกชนตางประเทศกําหนดไวตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย วาดวย
การเขามาดําเนินงานขององคการเอกชนตางประเทศในประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๓๕
และยังคงใชบังคับอยูกอนวั
นที่ระเบียบนี้ใชบังคับ ใหยังคงใชบังคับไดตอไปจนกวา
จะมี
หลั
กเกณฑ
เงื

อนไข หรื
อข
อปฏิ
บั
ติ
ที

ออกตามระเบี
ยบนี

ขอ ๒๓ ใบอนุญาตใหเขามาดําเนินงานขององคการเอกชนตางประเทศ
ในประเทศไทยที
่ออกใหตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย วาดวยการเขามาดําเนินงาน
ขององคการเอกชนตางประเทศในประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๓๕ กอนวันที่ระเบียบนี

ใชบั
งคั
บ ให
ใช
ได
จนกว
าจะสิ

นอายุ
ใบอนุ
ญาตนั

ประกาศ ณ วั
นที

๙ มิ ถุ
นายน พ.ศ. ๒๕๔๑
ไตรรงค
สุ
วรรณคี
รี

รั
ฐมนตรี
ว
าการกระทรวงแรงงานและสวัสดิ
การสั
งคม

-->